ข่าวหนังสือพิมพ์

ข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, ผู้จัดการ, โพสต์ทูเดย์, กรุงเทพธรุกิจ
ติดตามข่าวไอที เทคโนโลยีได้ที่นี่

อ่านข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้ที่  news.siammongkol.com

* ข่าวเทคโนโลยี ไอที

ข่าวไอที เดลินิวส์

ข่าวดิจิตอลไลฟ์ โพสต์ทูเดย์

กลยุทธ์รับมือ! เมื่อเฟซบุ๊กประกาศลด "นิวส์ฟีด"
กลยุทธ์การตลาดต้องปรับเปลี่ยน เพราะการทำโฆษณาโซเชียลมีเดียอาจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้น้อยลงและยากมากขึ้น...อ่านต่อ
"โมโตโรล่า"ชูนวัตกรรม เปิดตัว8รุ่นใหม่ปีนี้
โมโตโรล่าชูนวัตกรรมส่ง 8 รุ่นใหม่ดันยอดโตกว่า 20% ชี้เทรนด์มือถือไร้ขอบ 2 กล้องมาแรง...อ่านต่อ
ขุดบิตคอยน์แรง! ทำการ์ดจอขาดตลาด
กระแสขุดเงินบิตคอยน์โตทำการ์ดจอขาดตลาด นักวิชาการชี้ ราคาอาจไม่คุ้มทุน...อ่านต่อ
พาณิชย์ลุยปิดเว็บไซต์ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
“พาณิชย์” ชงกระทรวงดีอีปิด 10 เว็บไซต์ขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมจ่อยื่นอีก 20 เว็บไซต์...อ่านต่อ
จีนรุกเก็บ"DNA" กรุยทางสอดส่องดิจิทัล
จีนนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทุ่มงบประมาณอย่างหนักในการคิดค้นระบบสำหรับใช้สอดส่องประชาชนภายในประเทศกว่า 1,400 ล้านคน...อ่านต่อ
บิตคอยน์ดิ่งหนักร่วงแรงรอบ3ปี
บิตคอยน์ร่วง 23% ใน 1 สัปดาห์ หนักสุดในรอบ 3 ปี หลังรัฐบาลโลกเดินหน้าคุมเข้ม...อ่านต่อ
เอซุสปรับแผนใช้สงครามราคาสู้ศึกสมาร์ทโฟนปี'61แข่งเดือด
เอซุสใช้กลยุทธ์ราคาสู้แข่งขันดุ ตั้งเป้าปี 2561 ขาย 1.5 ล้านเครื่อง ติดท็อป 5 ของตลาด...อ่านต่อ
"เกาหลีใต้"เล็งแบนการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมด
กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ร่างกฎหมายเพื่อยุติการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในประเทศ รัฐบาลชี้เสี่ยงทำคนขาดทุนหนักเพราะผันผวนสูง...อ่านต่อ
โกดักเล็งออกเงินดิจิทัล ดันหุ้นบริษัททะยาน125%
โกดักรายล่าสุดเกาะกระแสเงินดิจิทัล ออก “โกดักคอยน์” ด้านไลน์เล็งใช้เงินดิจิทัล...อ่านต่อ
ปิดขึ้นทะเบียนโดรนทั่วประเทศเฉียด9พันเครื่อง
กสทช.สรุปยอดขึ้นทะเบียนโดรน 8,943 เครื่องทั่วประเทศ ชี้ผู้ไม่มาลงทะเบียนมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม...อ่านต่อ

ข่าวไอทีนวัฒกรรม กรุงเทพธุรกิจ

‘ฟรุตซิโอ’อิงวิทย์ฯ ยืดอายุ-แก้สินค้าล้นตลาด
มะนาวผงและสับปะรดผงพร้อมชงดื่ม เป็นอีกหนึ่งความพยายามแก้ปัญหาโลกแตกของเกษตรกรชาวสวนในเรื่องผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ โดยต่อยอดองค์ความรู้จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)...อ่านต่อ
‘ควิกชาร์จ’แบตเตอรี่สัญชาติไทย
สถาบันวิทยสิริเมธีเตรียมส่งผลงานวิจัยชิงส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่มูลค่า 5 แสนล้านบาท ระบุเป็นแบรนด์ไทย 100% รายเดียว หลังจากใช้เวลา 15 ปีประยุกต์ข้าวไทยเป็นส่วนผสมในการพัฒนาแบตเตอรี่ชาร์จไว นำร่องรูปแบบถ่านกระดุมที่ชาร์จเต็มภายใน 2 นาที ...อ่านต่อ
จับกระแส ‘ซิเคียวริตี้’ ส่องภัยคุกคามป่วนไซเบอร์
ปีที่ผ่านมาได้เห็นว่าข้อมูลระบุตัวตนส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลถูกเปิดเผย อันเนื่องมาจากเหตุละเมิดความปลอดภัยด้านข้อมูลและภัยคุกคามบนโลกไซเบอร์...อ่านต่อ
สวนไผ่เกษตร จุดสตาร์ทความยั่งยืน
“ผงชาร์โคล-น้ำส้มควันไม้”เพื่อกิจการปศุสัตว์ เป็นเข็มทิศทางธุรกิจใหม่ของเกษตรกรชาวไร่อ้อยและมันสำปะหลัง ที่ปรับตัวหนีปัญหาราคาสินค้าเกษตรผันผวน...อ่านต่อ
เปิดรายชื่อ 86 ผู้สมัครชิง กสทช.ชุดใหม่
สรุปเปิดรับสมัครคัดเลือก กสทช.ชุดใหม่ 7 ด้าน รวมมีบุคคลสนใจเข้าชิงตำแหน่ง 86 คน ด้านกฎหมาย และด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้สมัครสูงสุด ด้านละ 18 คน...อ่านต่อ
ไอดีซีเผย '10 เทรนด์ดิจิทัล' อิทธิพลแรงลงทุนไอทีไทย
ไอดีซีประเทศไทยคาดการณ์ว่า การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นของทั้งองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปในอนาคต...อ่านต่อ
นาฬิกาเตือนก๊าซพิษ แกดเจ็ตไทยตอบอุตฯ
ข่าวการสูญเสีย ไม่ว่าจะจากการเผลอนอนในรถยนต์ หรือทำงานในพื้นที่เสี่ยง เช่น บ่อบำบัดน้ำเสีย ที่มีก๊าซพิษจุดประกายให้ “ผศ.ชัชวาล วงศ์ชูสุข” อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินหน้าวิจัย "นาโนก๊าซเซนเซอร์"...อ่านต่อ
จับตา 3 นวัตกรรม เปลี่ยนเกมการผลิต
จับเทรนด์การลงทุนไอทีที่น่าสนใจสำหรับภาคการผลิตปี 2561 การมาของอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ โมเดลธุรกิจที่มีบริการเป็นศูนย์กลาง และการพิมพ์สามมิติ...อ่านต่อ
‘สังขยาแผ่น’ โปรดักส์แชมเปี้ยนเคซีจี
“สังขยาแผ่น” เป็นนวัตกรรมครั้งสำคัญของเคซีจี คอร์ปอเรชั่น รุกตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มนอนแดรี่หวังขยายแนวรบในตลาดซีแอลเอ็มวี...อ่านต่อ
ไอบีเอ็มทุบสถิติผู้นำสิทธิบัตร
ยักษ์ฟ้ายึดผู้นำสิทธิบัตรในสหรัฐ ปี 2560 ทำได้ 9,043 รายการ เน้นคิดค้นด้านปัญญาประดิษฐ์ คลาวด์ บล็อกเชน ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ ควอนตัมคอมพิวติ้ง หนุนเสริมศักยภาพธุรกิจ...อ่านต่อ

ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ThaiPbs

"โรคอ้วน" น่าห่วง วิจัยชี้เสี่ยงความจำเสื่อม

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดตัวงานวิจัยและนวัตกรรมเด่น ที่ได้รับรางวัลนักวิจัยวุฒิเมธีวิจัย สกว. เมธีวิจัย สกว. นักวิจัยรุ่นใหม่ รวม 10 คน นับเป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของประชาชนและเป็นการนำร่องการปรับตัวสู่สังคมไทยแลนด์ 4.0 โดยงานวิจัยที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เป็นผลงานของผศ.ดร.วาสนา ปรัชญาสกุล นักวิจัย สกว. ภาควิชาสรีรวิทยา ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมสาขาโรคทางไฟฟ้าของหัวใจ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“โรคอ้วน” ภัยเงียบสูญเสียการจดจำในเพศหญิง

ผศ.ดร.วาสนา กับงานวิจัยเรื่องภาวะอ้วนร่วมกับการพร่องฮอร์โมนเอสโตรเจนเร่งการสูญเสียการเรียนรู้จดจำในเพศหญิง


ผศ.ดร.วาสนา กล่าวว่า ภาวะอ้วนจากการรับประทานอาหารไขมันสูง นอกจากเป็นสาเหตุโรคภัยต่างๆ แล้ว ยังมีผลต่อการทำงานของสมอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่มีภาวะอ้วนร่วมกับการพร่องฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือฮอร์โมนสำคัญในเพศหญิง เนื่องจากการตัดรังไข่หรือการหมดประจำเดือน ซึ่งพบว่า ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีนั้นโดยทั่วไปอาจมีการพร่องฮอร์โมนซึ่งจะทำให้สมองสูญเสียการทำงานในส่วนการเรียนรู้และการจดจำ แต่หากเกิดภาวะอ้วนร่วมด้วยจะเป็นการช่วยเร่งให้สมองสูญเสียการทำงานได้เร็วขึ้น


ผศ.ดร.วาสนา กล่าวต่อว่า การรักษาโดยใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะรักษาภาวะการสูญเสียการทำงานของสมอง และให้ผลดีเฉพาะกลุ่มที่พร่องเอสโตรเจนหรือกลุ่มที่มีภาวะอ้วนอย่างเดียว แต่สำหรับคนอ้วนร่วมกับพร่องฮอร์โมนนั้น การให้ฮอร์โมนทดแทนจะไม่มีผลช่วยการทำงานของสมอง ซึ่งการจำกัดอาหาร การออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพอยู่เสมอจะช่วยลดอันตรายจากภาวะอ้วนในสตรีที่ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนได้

 

นาฬิกาช่วยชีวิต ตรวจจับก๊าซพิษด้วยเซนเซอร์ 

อีกผลงานวิจัยเป็นของ วงศ์ชูสุขนักวิจัย สกว.จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า มลพิษทางอากาศอาจทำให้เสียชีวิตได้ จากกรณีการเสียชีวิตของผู้ที่นอนในรถยนต์ เนื่องจากเครื่องยนต์เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และมีก๊าซพิษบางตัวอย่าง คาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไหลเข้ามาในรถ หรือเหตุการณ์ผู้เสียชีวิตในบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นเรื่องยากที่เราจะสามารถรับรู้ถึงอันตรายดังกล่าวได้


ผศ.ดร.ชัชวาล กล่าวต่อว่า นาฬิกานาโนก๊าซเซนเซอร์นี้ พัฒนามาเพื่อแก้ไขปัญหาการรับก๊าซพิษซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตหากรับเข้าไปในปริมาณที่มาก โดยใช้องค์ความรู้พัฒนาสูตรหมึกนำไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีที่หลากหลาย คำนึงถึงต้นทุนราคาถูกที่ทุกคนสามารถผลิตได้จากที่บ้านหรือที่ทำงาน ซึ่งใช้เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตในการผลิต วัสดุนาโนที่ตอบสนองต่อกลิ่น อย่างกราฟีน ทังสเตนแท่งนาโนลวดนาโนซิงค์ออกไซค์แบบ core shel และเมื่อรวมเซนเซอร์ชนิดต่างๆ เช่น แอมโมเนีย คาร์บอนมอนออกไซค์ โอโซน ออกซิเจน และไนโตรเจนไดออกไซด์ได้ นำมาใส่ไว้ในนาฬิกาที่ทุกคนสามารถพกพาไปใช้ได้


สำหรับการทำงานของนาฬิกานั้น สามารถตั้งค่าความเข้มข้นของก๊าซแต่ละชนิดที่ต้องการตรวจสอบได้ เนื่องจากก๊าซแต่ละชนิดมีความเข้าข้นแตกต่างกัน อย่างก๊าซคาร์บอนมอนออกไซค์ความเข้มข้น 5,000 ppm เริ่มมีอันตรายต่อร่างกายแล้ว เมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีก๊าซถึงระดับที่ตั้งไว้ นาฬิกาจะส่งเสียงเตือนภายในเวลาน้อยกว่า 10 วินาที เพื่อให้ผู้ที่เจอก๊าซพิษสามารถออกจากพื้นที่นั้น ๆ ได้ทันท่วงที เมื่อความเข้มข้นของก๊าซลดลงเสียงเตือนจะค่อย ๆ เบาลง

การใช้งานนาฬิกานาโนก๊าซเซนเซอร์นี้ ต้องใช้ตามกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากสามารถใส่เซนเซอร์ตรวจจับก๊าซพิษได้ 1 ชนิดเท่านั้น อย่างกรณีผู้ที่นอนในรถยนต์ ต้องใช้นาฬิกาที่มีเซนเซอร์ไนโตรเจนไดออกไซด์ ส่วนบ่อบำบัดน้ำเสียจะมีก๊าซแอมโมเนียร์ และไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นสารที่จะเข้าไปทำลายระบบทางเดินหายใจและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต แต่ในอนาคตเราจะพัฒนาให้นาฬิกามีขนาดเล็กลง พกพาสะดวกและสามารถใส่เซนเซอร์ตรวจจับก๊าซพิษได้ 2 ชนิด เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการใช้งานได้มากที่สุด

 

นวัตกรรมไทย ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ได้ใน 1-2 นาที

ผศ.ดร.มนตรี สว่างพฤกษ์ เมธีวิจัย สกว. สังกัดสำนักวิทยาการพลังงาน สถาบันวิทยสิริเมธี เปิดเผยว่า ปัญหาโลกร้อนและการขาดแคลนของน้ำมันจากฟอสซิลทำให้สังคมต้องการพลังงานทางเลือกและยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก แต่ปัญหาใหญ่ คือ ยังไม่มีอุปกรณ์กักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงพอที่สามารถเก็บพลังงานไว้ใช้ในตอนกลางคืน หรือช่วงเวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์และลม เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวการพัฒนาอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน เช่น แบตเตอรี่และตัวเก็บประจุไฟฟ้าเคมียิ่งยวดที่มีประสิทธิภาพสูงจึงได้รับความสนใจและต้องการอย่างมาก


ผศ.ดร.มนตรี กล่าวต่อว่า ตัวเก็บประจุไฟฟ้าเคมียิ่งยวด มีคุณสมบัติโดดเด่นเหนือกว่าแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิง เนื่องจากสามารถประจุและคายพลังงานไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพสูง นักวิจัยจึงได้สังเคราะห์วัสดุผสมระหว่างวัสดุนาโนแมงกานีสออกไซด์ และวัสดุโครงข่ายโลหะ-สารอินทรีย์ และวัสดุกราฟีน ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำมาจากกราไฟด์ หรือ ถ่าน ซึ่งเป็นถ่านยูคา หรือข้าวเน่าก็สามารถนำมาเปลี่ยนเป็นกราฟีนได้ ในส่วนนี้นอกจากจะได้วัสดุจากธรรมชาติแล้ว ยังช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวเน่า หรือข้าวราคาถูกได้อีกด้วย วัสดุทั้งหมดนี้สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วสามารถกักเก็บพลังงานได้ทันที ทั้งยังจ่ายพลังงานได้อย่างรวดเร็ว อายุการใช้งานยาวนาน สามารถใช้งานได้จริงกับหลอดแอลอีดีและมอเตอร์พัดลมขนาดเล็ก

ผมคาดหวังว่า 5-10 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะมีแบตเตอรี่ของคนไทยอย่างแท้จริง โดยมีราคาที่ต่ำ เข้าถึงได้ ภายในปีนี้เราจะพัฒนาให้กลายเป็นแบตเตอรี่พกพาชาร์จโทรศัพท์ หรือ พาเวอร์แบงก์ให้ได้ ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาในการชาร์จเพียง 1 – 2 นาทีเท่านั้น และต่อไปในอนาคตอาจเป็นประโยชน์ต่อวงการรถไฟหรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องใช้การชาร์จแบตเตอรี่ สิ่งสำคัญ คือ ความปลอดภัยในการใช้งานจากวัสดุที่เราสังเคราห์ขึ้นมา รับรองถึงความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายอย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้นักวิจัยที่ได้รับรางวัลในปีนี้ เป็นนักวิจัยวุฒิเมธีวิจัย สกว.2 คน เมธีวิจัย สกว.2 คน นักวิจัยรุ่นใหม่ 6 คน ได้แก่ ศ. ดร. สุจินต์ บุรีรัตน์ ม. ขอนแก่น งานวิจัยเรื่อง การออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรมด้วยวิธีเมต้าฮิวริสติกส์, รศ. ดร.ชุติมา คูหากาญจน์ ม. มหิดล งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาวิธีการสังเคราะห์ทางเคมีอินทรีย์แบบใหม่ ,รศ. ดร. พญ. อุไรวรรณ พานิช ม. มหิดล งานวิจัยเรื่อง บทบาทของสารต้านออกซิเดชั่นจากธรรมชาติสู่การพัฒนาสารยับยั้งความเสื่อมสภาพของผิวหนัง , ดร. มนตรี สว่างพฤกษ์ สถาบันวิทยสิริเมธี งานวิจัยเรื่อง เทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไฟฟ้าชนิดเก็บประจุไฟฟ้าเคมียิ่งยวด


ขณะที่ ผศ. ดร. วโรดม เจริญสวรรค์ ม. มหิดล งานวิจัยเรื่อง ชีววิทยาระบบเพื่อความเข้าใจและพัฒนาพืช เพื่อรับมือสภาวะโลกร้อน ,ผศ. ดร. วาสนา ปรัชญาสกุล ม. เชียงใหม่ งานวิจัย เรื่อง ภาวะอ้วนร่วมกับการพร่องฮอร์โมนเอสโตรเจนเร่งการสูญเสียการเรียนรู้จดจำในเพศหญิง , รศ. ดร. วุฒิชัย เอื้อวิทยาศุภร ม. มหิดล งานวิจัย เรื่อง โมเลกุลนาโนไฮบริดสู่นวัตกรรมวัสดุ , ผศ. ดร. ชัชวาล วงศ์ชูสุข ม.เกษตรศาสตร์ งานวิจัยเรื่อง นาโนก๊าซเซนเซอร์เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและสิ่งแวดล้อม , ผศ. ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ม. นเรศวร งานวิจัยเรื่อง การใช้โฟมที่ปรับเสถียรด้วยอนุภาคแม่เหล็กนาโนร่วมกับการเหนี่ยวนำความร้อนทางแม่เหล็กไฟฟ้าในการเร่งการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหยด้วยวิธีสกัดไอดิน และ ผศ. ดร. พรรัตน์ แสดงหาญ ม. บูรพา ผลงานวิจัยเรื่อง การจ้างงานผู้สูงอายุในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

 

...อ่านต่อ
ปลดล็อก ร่างพ.ร.บ.วิจัยและนวัตกรรมใหม่ ใช้กลางปีนี้

วันนี้ (10 ม.ค.2561) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2550 งานด้านวิจัยมีความสำคัญมากขึ้นในทุกประเทศทั่วโลก เมื่อมีการสร้างงานวิจัย ทำให้เกิดปัญญา ความรู้ สร้างเป็นเทคนิค ส่งผลให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา โดยทั่วโลกกำลังแข่งขันกัน สร้างงานวิจัยเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่คนในประเทศ

สำหรับประเทศไทยเริ่มมีการตื่นตัวในการสร้างงานวิจัยเพื่อพัฒนาไปเป็นนวัตกรรม โดยการหาจุดแข็งเพื่อไปสู่ความต้องการของตลาดโลก พัฒนาศักยภาพด้านบุคคล โดยการเข้าถึงบริการของรัฐบาล เข้าถึงระบบการศึกษาและได้รับทุนการวิจัยที่เท่าเทียมกัน

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมยกเลิกกฎหมายงานวิจัย และนวัตกรรม แต่จะนำมารวมกัน เพื่อสร้างเป็นร่างพระราชบัญญัติการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ...โดยคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เห็นชอบเรียบ ร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.พ.นี้ คาดจะสามารถประกาศใช้ได้ภายในกลางปีนี้

เราได้เตรียมการยกร่างกฎหมายที่เชื่อมโยงงานวิจัย งบประมาณ องค์กร และการใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 

โดยพ.ร.บ.ว่าด้วยการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา 4 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม การสร้างองค์ความรู้ และการสร้างบุคคลากรและเครือข่าย เพื่อส่งเสริมยุทธศาสตร์ชาติ ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมทั้งเตรียมตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิจัยนวัตกรรมแห่งชาติ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสภานโยบายวิจัยนวัตกรรมแห่งชาติ

 

 

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมางานวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรไทย ต้องมีการรับรองด้านวิทยาศาสตร์ ด้านองการค์อาหารและยา และด้านพาณิชย์ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและเผยแพร่ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องมีการหารือต่อไป รวมถึงปัญหาด้านสิทธิบัตร หรือลิขสิทธิ์ที่นักวิจัยต้องได้รับสิทธิประโยชน์จากผลงานของตนเอง การจัดทำพ.ร.บ.ในครั้งนี้ จึงเป็นการปลดล็อกปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนานักวิจัย งานวิจัย รวมถึงนวัตกรรมที่มีคุณภาพ

 

ขณะที่ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีนักวิจัยไม่ถึง 100,000 คน หรือคิดเป็น 12-14 คน ต่อ ประชากร 10,000 คน ทั้งนี้รัฐบาลมีเป้าหมายสร้างบุคคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการนักวิจัยในช่วง 5-10 ปี ให้ได้ 24-25 คน ต่อ ประชากร 10,000 คน และแผนระยะยาวในเวลา 20 ปี คาดว่าจะสามารถสร้างนักวิจัยไทยได้ถึง 60 คน ต่อ ประชากร 10,000 คน พร้อมทั้งเตรียมผลักดันงบประมาณการวิจัยให้ได้ 40,000 ล้านบาท ในปี 2562 นี้

 

 

“การปฏิรูปเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติและตรงกับความต้องการ โดยไม่ติดเรื่องงบประมาณและกฎหมายต่าง ๆ จะได้รับการปลดล็อกทั้งหมดเพื่อให้คลี่คลายปัญหา นักวิจัยจะได้รับการคุ้มครองสิทธิ เมื่อมีการขยายผลต่อนักวิจัยก็จะได้รับผลตอบแทนในระยะยาว ทำให้คนที่สนใจงานวิจัย วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม มีมากขึ้น เราต้องตั้งเป้าระบบวิจัยและนวัตกรรมในระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เกิดความมั่นคง โดยมีเศรษฐกิจ สังคม องค์ความรู้ บุคลากรและเครือข่าย เป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการเดินหน้าประเทศไทยให้เกิดความมั่งคงอย่างยั่งยืน”

 

...อ่านต่อ
ประมวลภาพ “ซูเปอร์ฟูลมูน” จันทร์ดวงโตใกล้โลกที่สุด

วันนี้(2ม.ค.2561)สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพดวงจันทร์เต็มดวงโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในรอบปี 2561 ระยะห่างประมาณ 356,595 กิโลเมตร โดยจะสังเกตเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย หรือ “ซูเปอร์ฟูลมูน” (Super Full Moon)

ภาพดังกล่าวบันทึกไว้ขณะเครื่องบินบินผ่าน เมื่อเวลาประมาณ 18:54 น. ณ ลานน้ำพุ ศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ จ.เชียงใหม่

ขณะที่หลายพื้นที่ทั่วไทยสามารถชมความสวยงามของปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปีในครั้งนี้ได้เช่นกัน และพากันแชร์ภาพถ่ายดวงจันทร์ลงโซเชียลมีเดียกันอย่างคึกคัก

 

 

ภาพ:หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.นครราชสีมา

ภาพ:หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.นครราชสีมา

 

ภาพ:เฟซบุ๊ก Aranya Kornee

ภาพ:เฟซบุ๊ก Aranya Kornee

 

ภาพ: สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ

ภาพ: สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ

 

ภาพ:สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ

ภาพ:สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ

 

 

 

...อ่านต่อ
สดร.ชวนส่องจันทร์ดวงโตใกล้โลก 2 ม.ค.61

นายศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. ระบุว่า ช่วงต้นปี 2561 จะเกิดปรากฎการณ์จันทร์เต็มดวงใกล้โลกและใหญ่มากที่สุด หรือ "ซูเปอร์ฟูลมูน" ที่ระยะห่าง 356,595 กิโลเมตร ในวันที่ 2 ม.ค.2561 โดยสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งครั้งนี้ถือว่าใกล้โลกที่สุดในรอบปี 2561

ผอ.สดร.กล่าวอีกว่า ในคืนวันที่ 2 ม.ค.จะจัดสังเกตการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกใน 4 จุดหลัก ได้แก่ จ.ชียงใหม่ บริเวณลานน้ำพุ ศูนย์การค้าเมญ่า, จ.นครราชสีมา บริเวณหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ 7 ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, จ.ฉะเชิงเทรา บริเวณหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ต.วังเย็น อ.แปลงยาว และ จ.สงขลา บริเวณลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา พร้อมโรงเรียนเครือข่ายในโครงการกระจายโอกาสเรียนรู้ดาราศาสตร์ฯ อีกกว่า 260 แห่งทั่วประเทศ เวลา 17.00-22.00 น.

 

...อ่านต่อ
ไทยพีบีเอส ปักหมุดแผนที่เดินทางปีใหม่ "จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ-หน่วยบริการ ปชช."

ทีมข่าว "ไทยพีบีเอสออนไลน์" สำนักข่าว จัดทำ Geolocation ระบุตำแหน่งจุดเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนและหน่วยบริการพักรถ-พักคนทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ในแผนที่ของแอพพลิเคชัน Google Map เพียงสแกน QR Code หรือคลิก www.thaipbs.or.th/Map2Safetrip

 

ข้อมูลในแอพพลิเคชัน จะระบุหน่วยบริการประชาชนในจังหวัดต่างๆ อาทิ จุดพักรถ เครื่องดื่ม ห้องสุขา พร้อมระบุจุดเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนในเส้นทางสายหลัก ครอบคลุมทุกภูมิภาค นอกจากนี้ยังได้รวบรวมข้อมูลสายด่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามเส้นทาง หรือขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน

 

 

...อ่านต่อ
21 ธ.ค. “วันเหมายัน” กลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี

นายศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยว่าในวันที่ 21 ธ.ค.2560 ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด เป็นผลให้ช่วงเวลากลางวันสั้น และช่วงกลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี หรือที่เรียกว่า "วันเหมายัน" (เห-มา-ยัน) ส่วนในประเทศไทยเรียกว่า "ตะวันอ้อมข้าว"

ในวันดังกล่าว ดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 06.36 น. และตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 17.55 น. ตามเวลาประเทศไทย รวมระยะเวลากลางวันเพียง 11 ชั่วโมง 19 นาที ท้องฟ้าจึงมืดเร็วกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ของปี ขณะที่ประเทศทางซีกโลกเหนือนับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน

 

ผอ.สดร.กล่าวเพิ่มเติมว่า โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี ทำให้ในรอบ 1 ปีโลกจึงมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน โดยช่วงที่ใกล้ที่สุดประมาณต้นเดือนมกราคม (147 ล้านกิโลเมตร) และช่วงที่ไกลที่สุดประมาณต้นเดือนกรกฎาคม (152 ล้านกิโลเมตร) ซึ่งความแตกต่างของระยะทางในการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ถือเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก จึงไม่มีผลต่อการเกิดฤดูกาล

แต่การที่แกนหมุนของโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์นั้น ทำให้พื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกได้รับแสงอาทิตย์ในปริมาณที่ไม่เท่ากัน ส่งผลให้มีอุณภูมิต่างกัน รวมถึงมีระยะเวลากลางวันและกลางคืนที่ต่างกันด้วย เป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลก โดยจะสังเกตได้ว่าในฤดูร้อน เวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้า ส่วนในฤดูหนาว เวลากลางคืนจะยาวนานกว่า ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าและตกเร็ว

...อ่านต่อ
"บิล เกตส์" ยกย่อง ภกญ.กฤษณา "Heros in the field”

Heros in the field หรือวีรสตรีในภาคสนาม คือคำจำกัดความ ที่บิล เกตส์ มหาเศรษฐีระดับโลกชาวอเมริกันยกย่อง ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์  ในฐานะผู้สร้างคุณูปการ อุทิศตน ทำประโยชน์เพื่อผู้ป่วยทั่วโลก โดยเฉพาะผลงาน ผลิตยาต้านเอดส์ ซึ่ง ดร.กฤษณา ท่านนี้มีประวัติที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อช่วยคนไทยแล้วเธอยังไปใช้ชีวิตทำงานช่วยเหลือในประเทศแถบทวีปแอฟริกานานกว่า 10 ปี

คลิปวิดีโอความยาว 2 นาทีกว่า บิล เกตส์ ให้ทีมงานของเขา เดินทางไปพบ และติดตามการทำงานของดร.กฤษณา ถึง อ.ยะหา จ.ยะลา ต้นเดือนที่ผ่านมา บิล เกตส์ โพสต์บนเฟซบุ๊ก และบล็อกของเค้า

เป็นคลิปสั้นๆ ที่แนะนำให้คนทั่วโลก รู้จัก ดร.กฤษณา ในฐานะผู้ที่อุทิศตน ทำประโยชน์เพื่อผู้ป่วยทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี

 



เภสัชกรหญิง กฤษณา หรือ ที่หลายคนเรียกว่า เภสัชกรยิปซี คือผู้ริเริ่มวิจัย และสามารถผลิตยาสามัญชื่อ "ยาเอดส์" ได้สำเร็จ ทำให้ไทย กลายเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรก ที่ผลิตยาต้านเอดส์คุณภาพดี และถูกกว่ายานำเข้าจากต่างประเทศถึงเกือบ 20 เท่า ซึ่งเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากความต้องการช่วยผู้หญิงและเด็ก ที่ติดเชื้อ ภายใต้ความเชื่อพื้นฐานว่า การเข้าถึงการรักษาคือสิทธิขั้นพื้นฐาน

งานด้านการสอน เธอเคยเป็นหัวหน้าภาควิชาเภสัชเคมี ม.สงขลานครินทร์  คณบดีคณะการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต และเคยเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์การเภสัชกรรม

 



นอกจากสร้างคุณูปการ ทำประโยชน์ในประเทศไทย สิ่งที่ทำให้เธอได้รับการยกย่องในระดับโลก มาจากการอุทิศตน เดินทางไปทำงานในประเทศแถบแอฟริกายาวนานถึง 12 ปีเช่น คองโก ไลบีเรียแทนซาเนีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศยากจน ในระดับที่ส่งผลต่องานด้านการสาธารณสุข

ตอนที่ทำงานอยู่ในประเทศแถบนี้ แทบจะเข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้เลย เพราะมันขาดไปหมด ความจนทำให้ขาดแคลนทุกอย่าง ตอนไปไลบีเรีย ครั้งแรกเมื่อปี 2547 ตอนนั้นไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไป 4 ครั้ง และครั้งหลังสุดที่ไปประมาณ 6 ปี พบว่ามีไฟแล้ว แต่มีไฟที่ถนนหลวงแค่เส้นเดียว ระบบสาธารณูปโภคไม่มี ทำให้ขาดทุกอย่าง และถือเป็นประเทศหนึ่งที่ทำงานยากที่สุด

เธอผลิตยาต้านเอดส์สำเร็จในชีวิตการทำงานที่แอฟริกา และผลักดันขยายออกไปให้ถึงประเทศที่ต้อง การ เพื่อช่วยผู้ป่วยประเทศในทวีปนี้ ให้เข้าถึงยาได้ในราคาไม่แพงมากนัก

ศ.พิเศษ ดร.กฤษณา ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์โลก รางวัลบุคคลแห่งปีของเอเซีย และเป็นเภสัชกรไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ ในปี 2552

 



ชีวิตปัจจุบันของ ดร.กฤษณา ในวัย 65 ปี แม้จะลาออกจากงานประจำทั้งหมด แต่เธอ ยังคงเดินหน้าทำงานที่รักอย่างมุ่งมั่น ภายใต้ มูลนิธิ กฤษณา ไกรสินธุ์ ลังกาสุกะโมเดล คืองานหลักที่ตั้งใจทำ ที่ผ่านมา ทำในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ พัฒนาคุณภาพสมุนไพรในพื้นที่ ชวนชาวบ้านปลูกสมุนไพร และนำมาแปรรูปทำผงสมุนไพร และปัจจุบัน ขยายพื้นที่ ไปทำในภาคเหนือ ร่วมกับ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี

ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เธอมีความเชื่อ และมักจะพูดเสมอว่า ทุกอย่างมีทางออก มีความหวัง และเธอ ไม่เคยยอมแพ้

 

...อ่านต่อ
นาซาส่งยานอวกาศดรากอนสู่สถานีอวกาศนานาชาติ

วันนี้ (16 ธ.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) บันทึกภาพความสำเร็จในการส่งยานอวกาศดรากอน ที่ผลิตโดย บริษัท สเปซเอ็กซ์ ขึ้่นสู่อวกาศ เพื่อขนอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัยและสัมภาระอื่นๆ มากกว่า 4,800 รายการ ขึ้นไปที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) เพื่อสนับสนุนงานวิจัยของนักบินอวกาศ ที่ประจำการอยู่บนสถานีอวกาศ

ทั้งนี้ ยานอวกาศดรากอนถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดฟัลคอน ไนน์ จากฐานปล่อยบนแหลมคานาเวรัล ในรัฐฟลอริดา โดยหลังจากส่งยานอวกาศดรากอนขึ้นสู่อวกาศแล้ว จรวดฟัลคอน ไนน์ ได้ลงกลับสู่พื้นโลกอย่างราบรื่น

 

 

...อ่านต่อ
นาซาพบระบบสุริยะมีดาวเคราะห์ 8 ดวง เป็นครั้งแรก

วันนี้ (15 ธ.ค.2560) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กล้องโทรทัศน์เคปเลอร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซา) ค้นพบดาวเคราะห์ขนาดเล็กดวงใหม่ โคจรรอบดาวฤกษ์เคปเลอร์-90 ที่มีขนาดใหญ่และอุณหภูมิสูงกว่าดวงอาทิตย์เล็กน้อย เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 8 ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดังกล่าว

 

 

 

 

ทั้งนี้ การค้นพบครั้งนี้ ทำให้ระบบดาวเคราะห์ เคปเลอร์-90 ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 2 พัน 545 ปีแสง กลายเป็นระบบดาวเคราะห์แห่งแรก ที่มีจำนวนดาวเคราะห์และมีโครงสร้าง เหมือนกับระบบสุริยะที่เราอาศัยในขณะนี้ 

 

 

 

 

นอกจากนี้ การค้นพบที่น่าสนใจครั้งนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่นักดาราศาสตร์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในการวิเคราะห์ภาพจากกล้องโทรทัศน์ เพื่อค้นหาดวงดาวใหม่ๆ ซึ่งเคยถูกมองข้ามในการตรวจค้นในอดีตด้วย

 

 

 

 

 

 

 

...อ่านต่อ
สวยงาม "ฝนดาวตกเจมินิดส์” บนดอยอินทนนท์ทะลุ 200 ดวงต่อชั่วโมง

วันนี้(15 ธ.ค.2560) ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ หรือ สดร. กล่าวว่า ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ในคืนวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา เริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่เวลาประมาณ 20.30 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตกเจมินิดส์ บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ มีลักษณะเป็นริ้วสีขาวพาดผ่านท้องฟ้า เห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่าและเริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ปริมาณฝนดาวตกมากที่สุดตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงคืนเป็นต้นไป นับได้ประมาณ 200 ดวงต่อชั่วโมง

 

 

ฝนดาวตกเจมินิดส์ จะมีจุดเด่นคือมีความเร็วของดาวตกไม่มากนัก สังเกตเห็นได้ง่าย แต่ละดวงปรากฏนานประมาณ 1-3 วินาที สามารถชี้ชวนคนข้างๆ ให้ชมดาวตกได้อย่างทันท่วงที ที่ยอดดอยอินทนนท์คืนนี้สภาพท้องฟ้าดีมาก และยังตรงกับช่วงข้างแรม ท้องฟ้าจึงมืดสนิท ไร้แสงจันทร์รบกวน ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมชมฝนดาวตกเจมินิดส์ต่างมีความสุขที่ได้ชมดาวตกกันอย่างเต็มตา ตลอดช่วงที่ดาวตกปรากฏให้เห็นก็จะมีเสียงฮือฮา โห่ร้องพร้อมเสียงเรียกชี้ชวนกันดูเป็นระยะๆ โดยเฉพาะช่วงปรากฏให้เห็นเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ (Fireball) ทำให้บรรยากาศการเฝ้ารอชมฝนดาวตกเจมินิดส์ในครั้งนี้เต็มไปด้วยความคึกคักและสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง

การนอนนับฝนดาวตกเจมินิดส์ในคืนที่ผ่านมา ประชาชนต่างตื่นตาตื่นใจไปกับดาวตก และดาวที่ระยิบระยับเต็มฟ้าของยอดดอยอินทนนท์ที่นับได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีทัศนวิสัยของท้องฟ้าดีที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าส่วนภูมิภาคอีก 3 แห่งที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา และลานชมวิวนางเงือก หาดสมิหลา สงขลา มีประชาชนสนใจเข้าร่วมชมฝนดาวตกเจมินิดส์ กว่า 4,000 คน

 



ส่วนในจังหวัดอื่น ๆ ได้รับแจ้งจากสมาชิกแฟนเพจของสถาบันฯ ว่า เห็นดาวตกในหลายพื้นที่ของประเทศ เช่น กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สระบุรี สุราษฎร์ธานี ชลบุรี อุตรดิตถ์ มุกดาหาร บุรีรัมย์ จันทบุรี พิษณุโลก นครพนม ตรัง ตราด กาฬสินธุ์ ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น สมุทรสาคร  แต่ปริมาณไม่มากนัก

 


ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากสายธารเศษฝุ่น ของแข็ง และน้ำแข็งจำนวนมาก ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน (3200Phaeton) ตัดผ่านวงโคจรของโลก ทำให้เศษฝุ่นของดาวเคราะห์น้อยเหล่านั้นเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของโลก เกิดการเผาไหม้จนเห็นเป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า โดยจะปรากฏในช่วงระหว่างวันที่ 4-17 ธ.ค. ของทุกปี สำหรับในปีนี้ปรากฏให้เห็นมากที่สุดวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา 

...อ่านต่อ

ข่าวเกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที คมชัดลึก


ผู้เขียน หัวข้อ: ติดตามข่าวไอที เทคโนโลยีได้ที่นี่  (อ่าน 10514 ครั้ง)

ออฟไลน์ admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 19
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
    • ข่าวออนไลน์สยามมงคล
ติดตามข่าวไอที เทคโนโลยีได้ที่นี่
« เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2013, 01:53:43 PM »
ติดตามข่าวไอที เทคโนโลยี วิวัฒนาการ และนวัตกรรมใหม่ ได้ที่นี่ : http://news.siammongkol.com/index.php/board,17.0.html

 


อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับวันนี้ หรือพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ที่เว็บไซต์ : news.siammongkol.com