ข่าวหนังสือพิมพ์

ข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, ผู้จัดการ, โพสต์ทูเดย์, กรุงเทพธรุกิจ
ข่าวเกษตร

อ่านข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้ที่  news.siammongkol.com

* ข่าวเกษตร

ข่าวเกษตร เดลินิวส์

ข่าวเกษตร คมชัดลึก

ข่าวเกษตร ThaiPbs

ออกมาตรการคุมเข้มรถบรรทุกอ้อย ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

ในภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ได้หารือกับผู้ประกอบการออกมาตรการ 20 ข้อ ควบคุมทั้งน้ำหนักและความสูงในการบรรทุก ซึ่งชาวไร่อ้อยใน จ.กำแพงเพชร เชื่อว่า มาตรการนี้จะไม่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ช่วงกลางเดือน ธ.ค. ของทุกปีจะเป็นช่วงที่ชาวไร่อ้อย 7 จ.ภาคเหนือ จะตัดอ้อยเพื่อส่งเข้าโรงงานน้ำตาล ซึ่งปีนี้กองทัพภาคที่ 3 วางมาตรการ 20 ข้อ ร่วมกับผู้ประกอบการและชาวไร่อ้อย เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน เช่น การบรรทุกอ้อย ให้มีความสูงจากพื้นไม่เกิน 3.80 ม.

ขณะที่ ชาวไร่อ้อย จ.กำแพงเพชร ระบุว่า ชาวไร่อ้อยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะไม่ได้เป็นการเพิ่มต้นทุนมากนัก และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทางร่วม ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเป็นการร่วมกันระหว่างกองทัพภาคที่ 3 สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 6 และชาวไร่อ้อย

ว่าที่ร้อยตรี อวิรุทธิ์ ทับทิมแท้ ผู้อำนวยการสำนักแขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 1 ระบุว่า ในช่วงเดือน ธ.ค.จะมีรถบรรทุกอ้อยจำนวนมากวิ่งบนถนนต่างๆ จึงได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและที่สำคัญห้ามบรรทุกน้ำหนักเกิน 25 ตันตามที่กฎหมายกำหนด

 

...อ่านต่อ
"ประมง" ออกกฎกระทรวงคุมสัตว์น้ำเอเลียนโทษจับ-ปรับ 1 ล้านบาท

วันนี้ (29 พ.ย.2560) นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญ หาการรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่น หรือเอเลียนสปีชีส์ ที่มีการนำเข้ามาจากถิ่นอื่นโดยไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในบ้านเรา บางชนิดสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย ทำให้เจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้ดี ถือเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ดั้งเดิมของไทยและก่อให้เกิดความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐ กิจ และสุขอนามัย 

ซึ่งภาพรวม ประเทศไทยมีชนิดพันธุ์ต่างถิ่น อยู่มากกว่า 3,500 ชนิด ส่วนใหญ่ถูกนำเข้ามาเพื่อการเกษตร การเพาะเลี้ยง เป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม รวมทั้งการเก็บรวบรวมไว้ในสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ โดยมีการแพร่ระบาดข้ามพรมแดนผ่านทางประเทศเพื่อนบ้าน การเดินทาง การขนส่ง 

 

 

แต่หากจำแนกกลุ่มสัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกรานแล้ว เช่น ปลาดุกรัสเซีย ปลาซักเกอร์ ปลาหมอเทศ และสัตว์น้ำต่างถิ่นที่มีแนวโน้มรุกราน เช่น ปลาหมอสียักษ์ ปลากดอเมริกัน ปลาเทราท์สายรุ้ง

ขณะที่ยังพบมีการลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่น ที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าจากคณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพของกรมประมง หรือ IBC เช่น ปลาหนวดตัวดำ ปลาจระเข้ปากสั้น ปากยาว กุ้งแคระ  ปลาหมูไฟฟ้า ปลาซักเกอร์ ปลาจิ้งจกลายเสือ กุ้งแคระขาว กุ้งแคระทับทิม กุ้งเครย์ฟิช ปลาหมอสี  

ดังนั้นไทย ในฐานะประเทศสมาชิกภาคีอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพที่มีการกำหนดกรอบการดำเนินงานที่จะผลักดันให้มีการจัดการกับเอเลียนสปีชีส์ จึงมีการดำเนินมาตรการทางกฎหมาย

 

 

ชงออกกฎกระทรวงคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นโทษปรับ-จับ

อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ขณะนี้ เตรียมออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยง ซึ่งหากผู้ใดกระทำผิดมีบทลงโทษตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2560 (ฉบับแก้ไข) ตามมาตรา 144 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 65 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดนำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ในการขออนุญาตนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นจากต่างประเทศจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพของกรมประมง IBC เสียก่อน ซึ่งจะพิจารณาวัตถุประสงค์ของการนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดนี้ รวมถึงมาตรการป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำต่างถิ่นหลุดออกไปยังแหล่งน้ำสาธารณะได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาการระบาดของสัตว์น้ำเอเลียนสปีชีส์ที่เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายทางระบบนิเวศที่ชัดเจนตอนนี้ เช่นกรณีของ ณีปลาหมอสีระบาดอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม  

 

...อ่านต่อ
ชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ เสนอ 6 แนวทางแก้วิกฤตยางพารา

วันนี้ (21 พ.ย.2560) นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย หรือ สคยท. เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอแนวทางออกของปัญหาวิกฤตยางพาราไว้ 6 แนวทางคือ

1.ให้การยางแห่งประเทศไทยแก้ไขประกาศคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้เกษตรกรสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์สามารถจดทะเบียนเป็นเกษตรกรได้ตามมาตรา 4

2.แก้ไขระเบียบว่าด้วยการจัดสวัสดิการให้เกษตรกรสวนยาง เพื่อให้สามารถจัดตั้งกองทุนสวัสดิการเกษตรกรชาวสวนยางตามมาตรา 49(5) ในรูปแบบสวัสดิการสังคม โดยมีข้อเสนอเร่งด่วนคือ ให้การยางแห่งประเทศไทยจ่ายเงินสวัสดิการฯ คนกรีดยางคนละ 3,000 บาท เพื่อเยียวยาช่วยเหลือในช่วงปัญหาราคายางตกต่ำ

3.แก้ไขระเบียบที่ว่าด้วยการปลูกแทนตามมาตรา 49(2) ให้เกิดการปรับเปลี่ยนการทำสวนยางเชิงเดี่ยวมาทำสวนยางอย่างยั่งยืนด้วยการลดจำนวนต้นยางให้เหลือ 40 ต้นต่อไร่ ทำสวนผสมผสาน และให้จ่ายชดเชยการปลูกแทนบางส่วนสำหรับยางที่เปิดกรีดแล้ว ส่วนอัตราการจ่ายค่าชดเชยขึ้นอยู่กับอายุของต้นยาง

4.ให้การยางแห่งประเทศไทยร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหาเรื่องเกษตรกรไม่มีเอกสารสิทธิ์ ด้วยการรวมตัวเป็นชุมชนเพื่อใช้สิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 43(2)

5.จัดทำยุทธศาสตร์และแผนแม่บทว่าด้วยการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตเกษตรกรสวนยาง

6.แก้ไขวิกฤตปัญหายางพาราไทยอย่างยั่งยืนภายใต้กลไกกฎหมาย การยางแห่งประเทศไทย และให้ชาวสวนยางมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ชาวเกษตรกรสวนยางที่มายื่นหนังสือยังชี้ถึงปัญหาที่เกิดจากการบริหารงานที่ล้มเหลว และไร้ประสิทธิภาพของการยางแห่งประเทศไทย และการบริหารที่ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของกฎหมายการยางแห่งประเทศไทยปี 2558

...อ่านต่อ
"ฉัตรชัย"รับลูกชาวสวนยาง- ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กยท.

วันนี้ (13 พ.ย.2560) ตัวแทนเครือข่ายชาวสวนยางพาราจังหวัดในภาคใต้ วางพวงหรีดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์สะท้อนการแก้ไขปัญหายางพาราที่ล้มเหลว จากนั้นร่วมหารือกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมยื่นหนังสือเสนอปลด นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท.เพราะไม่สามารถแก้ปัญ หาราคายางได้ โดยขอให้ กยท.ถอนตัวจากการลงทุนร่วมกับบริษัทรายใหญ่ 5 รายในนามบริษัทร่วมทุนยางพาราไทย รวมทั้งขอให้รัฐบาลส่งเสริมการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น

 


นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ แกนนำสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทยหรือ สยยท.เสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจ ม.44 ปลดผู้ว่าการยางและประธานบอร์ด กยท.

ขณะที่สมาชิกเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดตรัง เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องผ่านนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อให้แก้ปัญหาวิกฤติราคายางทั้งระบบ ทั้งนี้ได้เรียกร้องให้การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ถอนหุ้นจากบริษัทร่วมทุนด้วย

ด้านพล.อ.ฉัตรชัย ระบุว่า พร้อมรับฟังข้อเรียกร้อง และจะเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งตั้งคณะกรรม การสอบข้อเท็จจริงกรณีบริหารงานล้มเหลวและไม่โปร่งใสในภายใน 7 วัน ส่วนกระแสข่าวว่าถูกโยกไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.อ.ฉัตรชัย ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพราะยังไม่มีสัญญาณหรือพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี

...อ่านต่อ
"ข้าวป่า" เสี่ยงสูญพันธุ์พบลดลงร้อยละ 23

วานนี้ (6พ.ย.2560) นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยในงานวิจัยข้าวป่าและการอนุรักษ์ข้าวป่าในถิ่นเดิม และนิทรรศการข้าวป่าที่ศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดปทุมธานี โดยระบุว่า ขณะนี้ข้าวป่าอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากการพัฒนาประเทศ การขยายเมือง การสร้างถนน ทำให้แหล่งข้าวป่าถูกทำลาย

มีรายงานว่าตั้งแต่ปี 2526-2536 ปริมาณข้าวป่าในประเทศไทยลดลงถึงร้อยละ 23 กรมการข้าวได้รวบรวม นำเมล็ดข้าวป่า ที่เก็บรวบรวมจากแหล่งต่างๆ มาอนุรักษ์ไว้ในธนาคารเชื้อพันธุ์ รวมทั้งดูแลรักษาแปลงอนุรักษ์ทรัพยากรข้าวป่าในถิ่นเดิม เพื่อให้ข้าวป่ามีวิวัฒนาการและความหลากหลายทางพันธุกรรมต่อไป เป็นแหล่งสนับสนุนการปรับปรุงพันธุ์ข้าวปลูกในอนาคต

สำหรับข้าวป่าคือ ข้าวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีหลากหลายชนิดโดยมีรายงานว่าทั่วโลกมีข้าวป่าอยู่ 22 ชนิดพบในประเทศไทย 5 ชนิด ได้แก่ชนิด rufipogon, nivara, officinalisridleyi  granulate ในจำนวนนี้ 2 ชนิด คือรูฟิโฟก้อน และนิวารา ที่มีความสำคัญเพราะเป็นบรรพบุรุษของข้าวปลูก

ลักษณะของข้าวป่านั้น เป็นวัชพืช เมล็ดเล็ก ร่วงง่าย แต่มีลักษณะบางประการที่ไม่อาจหาได้จากพันธุกรรมข้าวปลูก คือ ความต้านทานโรคแมลง เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ทนแล้ง ทนดินเปรี้ยวสามารถบริโภคได้ แต่ไม่นิยมส่วนใหญ่นำมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว

...อ่านต่อ
ห่วงนโยบายรัฐเพิ่มนาข้าว 1 ล้านไร่-กระตุ้นปลูก "ข้าวอินทรีย์" ล้นตลาด

วันนี้(4 พ.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนโยบายส่งเสริมเกษตรกรให้เพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ ภายใน 3 ปีให้ได้ 1 ล้านไร่ ทำให้หลายภาคส่วน เป็นห่วงผลผลิตข้าวอินทรีย์ล้นตลาด 

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า เนื่องจากขณะนี้เกษตรกรได้ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลอุดหนุนเงินให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์ปีแรกจำนวน 2,000 บาทต่อไร่ และทยอยปรับเป็น 3,000-4,000 บาทในปีที่ 2 และ 3 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ขยายพื้นที่ปลูกให้ได้ 300,000 ไร่

รวมถึงขอความร่วมมือให้โรงสีซื้อข้าวเปลือกอินทรีย์สูงกว่าตลาดจึงเห็นว่า รัฐบาลไม่ควรใช้ราคาเป็นตัวตั้ง แต่ควรใช้กลไกตลาดเป็นตัวกำหนดราคา และความต้องการบริโภคข้าวอินทรีย์ ให้สมดุลกับพื้นที่การเพาะปลูก เพราะหากผลผลิตมากเกินไปแต่ไม่มีตลาดรองรับจะทำให้ข้าวราคาตก

 

 

ผู้บริโภคข้าวอินทรีย์จะเป็นเฉพาะกลุ่ม และตลาดส่งออก มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 1 ของการส่งออกข้าว เพราะมีข้อจำกัดเรื่องมาตรฐานที่เข้มงวด จึงเสนอว่ารัฐ ควรต้องหาตลาดรองรับควบคู่กันไป โดยเริ่มจากตลาดในประเทศก่อน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบริหารไม่ให้ผลผลิตล้นตลาดจะกระทบกับราคาข้าว

นายมั่น สามสี เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร กล่าวว่า การทำข้าวอินทรีย์ขายช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เพราะขายได้ในราคาสูงกว่าราคาตลาดกิโลกรัมละ 2 บาท ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาโครงการช่วยเหลือของรัฐ แต่ยังมีปัญหาการหาตลาดและพัฒนาคุณภาพข้าวให้ได้เกณฑ์มาตรฐาน

 

 

สอดคล้องกับนางธนมน วัฒนเรืองโกวิท เจ้าของโรงสีกิจเจริญยโสธร จำกัด เห็นว่าการส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องหาตลาดรองรับด้วย

สำหรับจังหวัดยโสธร ปัจจุบันปลูกข้าวอินทรีย์กว่า 42,000 พันไร่ โดยจังหวัดตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่ปลูกให้ได้ 100,000 ไร่ ภายใน 2 ปี

...อ่านต่อ
"พล.อ.ฉัตรชัย" เตรียมเชิญเจ้าของแพปลาทั่วประเทศหารือปัญหาประมงผิดกฎหมาย

วันนี้ (17 ต.ค.2560) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ว่า ได้ดำเนินหลักๆ 6 ประเด็นหลัก คือการจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตทำการประมง การควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง การปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ การปรับปรุงพระราชบัญญัติการประมงและกฎหมายลำดับรอง การจัดทำแผนระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับที่วางระบบชัดเจน ในส่วนการปฏิบัติสำหรับชาวประมงและแพปลา ต้องสร้างความเข้าใจให้มากขึ้นได้สั่งการให้เชิญเจ้าของแพปลาทั่วประเทศร่วมประชุมรับทราบกติกาใหม่เรื่องการตรวจสอบย้อนกลับในวันพุธที่ 18 ตุลาคมนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีเนื้อหาส่วนหนึ่งของร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ที่ห้ามมิให้เก็บเมล็ดพันธุ์ต่อ ทำให้มีผู้ออกมาร้องคัดค้านว่า เป็นการทำหน้าที่ตามปกติของกรมวิชาการที่มีอยู่นานแล้ว ในการปรับปรุงให้ทันสมัย โดยเรื่องนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ แต่ไม่เห็นด้วย หากดำเนินการแล้วกระทบต่อเกษตรกรและไม่เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งได้สั่งการไปแล้ว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ที่ประชุมในวันนี้ไม่มีการหารือเกี่ยวกับกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.น้ำ พร้อมระบุไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับกรณีปลัดกระทรวงฯ สั่งย้ายเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน โดยเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงฯ แต่การดำเนินการของกรมชลประทานในปัจจุบันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

...อ่านต่อ
“ฉัตรชัย”ลั่นยังไม่พบทุจริตโครงการ 9101

วันนี้ (26 ก.ย.2560) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้พระบารมีเพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน มูลค่ากว่า 22,800 ล้านบาทว่า สั่งการทุกหน่วยงาน และทุกจังหวัดให้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว รวมถึงที่จังหวัดสุรินทร์ ที่พบมีรายงานเบาะแสการทุจริต แต่ยังตรวจสอบไม่พบ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุด้วยว่า โครงการดังกล่าว ให้เกษตรกรเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด จึงสั่งการให้เกษตรจังหวัดเป็นผู้ตรวจสอบ ยืนยันหากพบการทุจริตจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงาน ว่ามีการทุจริตในจังหวัดใดบ้าง

ขณะนี้ พบข้อมูลจากสื่อเท่านั้นว่ามีการทุจริต เรื่องการจัดซื้ออุปกรณ์การเกษตร หรือการใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า จึงต้องรอผลตรวจสอบจากทั่วประเทศอีกครั้ง และหากพบมีความผิดพลาดในจุดใดจะต้องปรับปรุงแก้ไข และพิจารณาลงโทษ รัฐบาลก็จะดำเนินการ เพราะตั้งใจทำโครงการเพื่อเกษตรกร

 

 

อึ้งโรงเลี้ยงไก่-ไม่มีลูกไก่ รีบอนุมัติงบ 5 ล้านบาท

 
ทีมข่าวไทยพีบีเอส ตรวจสอบโครงการ 9101 ที่จ.ศรีสะเกษ พบการอนุมัติบางโครงการอย่างเร่งรีบ และอาจจะไม่ได้ใช้งบประมาณตรงตามที่เสนอ เช่น โครงการของตำบลผักไหม เบิกงบประมาณซื้อลูกไก่มาเลี้ยง 5 ล้านบาท แต่ขณะนี้ไม่พบลูกไก่ แม้แต่ตัวเดียว

จากการตรวจสอบ สภาพโรงเรือนเลี้ยงไก่ลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองของวิสาหกิจชุมชนไทเกษตรซัพพลาย ต.ผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ อยู่ในสภาพว่างเปล่าไม่มีลูกไก่แม้แต่ตัวเดียว โครงการนี้เป็น 1 ใน 6 โครงการของตำบลผักไหม ได้รับงบประมาณสนับสนุนในโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมีเพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน เกือบ 5 ล้านบาท

 

 

ความผิดปกติโครงการนี้เริ่มจากการอนุมัติโครงการที่เร่งรีบ พบว่า 11 ก.ค.เสนอโครงการ 20 ก.ค. ได้รับโอนเงินจากสำนักงานคลังจังหวัดศรีสะเกษ 18 ส.ค.นำไก่เข้ามาเลี้ยง แต่ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อลูกไก่ และ การก่อสร้างโรงเรือนอาจไม่โปร่งใส

อีกหนึ่งในข้อสงสัยคือคำชี้แจงของไพฑูรย์ ฝางคำ ประธานชุมชนตำบลผักไหม จ.ศรีสะเกษ ซึ่งยืนยันถึงการนำลูกไก่มาเลี้ยงจริงตามจำนวน 500 ตัว แต่มีกลุ่มผู้พิการมาขอซื้อไปเลี้ยงต่อทั้งที่อายุลูกไก่ไม่ถึง 2 เดือน


ซึ่งสวนทางกับการตรวจสอบของทีมข่าวไทยพีบีเอส พบว่า โรงเรือนแห่งนี้อาจจะยังไม่เคยผ่านการเลี้ยงไก่มาก่อน และ อุปกรณ์ก็อาจไม่ครบตามจำนวน ขณะที่เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ ระบุ หากพบว่าโครงการ 9101 ในพื้นที่ใดพบการทุจริต คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างและคณะกรรมการตรวจรับงานต้องรับผิดชอบ

 

...อ่านต่อ
เปิด 12 ทุ่งรับน้ำหลากลุ่มเจ้าพระยา

วันนี้ (26 ก.ย.2560)นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงกรณีการนำน้ำเข้าทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูการทำนาปี 2560 กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์ การปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีให้เร็วขึ้น ในพื้นที่ลุ่มต่ำเสี่ยงภัยน้ำท่วม จำนวน 12 ทุ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ใต้จังหวัดนครสวรรค์ลงมา ได้แก่ ทุ่งเชียงราก จ.สิงห์บุรี ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก ทุ่งท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งบางกุ้ง ทุ่งป่าโมก จ.อ่างทอง ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งพระยาบรรลือ ทุ่งโพธิ์พระยา ทุ่งบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และทุ่งรังสิตใต้ โดยได้เริ่มส่งน้ำให้เพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา จากเดิมที่ต้องรอน้ำฝนในการเตรียมแปลง เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เสร็จทันก่อนฤดูน้ำหลากจะมาในช่วงเดือนก.ย. – ต.ค.

สำหรับในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีการทำประชาคมกับกลุ่มเกษตรกรผู้ทำนา ซึ่งได้มีมติเห็นชอบร่วมกันกำหนดให้ทำการเก็บเกี่ยวข้าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาเพื่อจะใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จ แต่การที่จะนำน้ำเข้าทุ่งต่างๆ จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาในปริมาณมาก และไม่สามารถระบายน้ำลงสู้ด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาได้ทั้งหมด

คาดน้ำคุ้งทุ่งอีก10 วันลงเจ้าพระยา

กรมชลประทานจึงได้แบ่งน้ำส่วนหนึ่งที่อยู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เข้าคลองส่งน้ำทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เพื่อไม่ให้น้ำที่ระบายท้ายเขื่อน ไหลลงไปส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีปริมาณน้ำหลากจำนวนมากไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา และรับน้ำเข้าทุ่งเฉพาะตามความจำเป็น เพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศ และโครงการปล่อยน้ำเข้านา ปล่อยปลาเข้าทุ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เท่านั้น  

ในส่วนของทุ่งรับน้ำอื่นๆ จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าปริมาณฝนจะลดลงในช่วงกลางเดือนต.ค.นี้ จึงคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำค้างทุ่งที่จะไหลมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา จะลดลงหลังจากนั้นอีกประมาณ 10 วัน ประกอบกับระยะเวลารับน้ำเข้าทุ่งที่เก็บเกี่ยวแล้วจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน กรมชลประทาน จึงได้กำหนดให้เริ่มส่งน้ำเข้าระบบชลประทานหากมีน้ำหลากลงมา ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.เป็นต้นไป

...อ่านต่อ
นศ.เปิดฟาร์มปูนาขายผ่านเฟซบุ๊ก สร้างรายได้เสริมระหว่างเรียน

น.ส.สุธิดา สุขวิเศษ อายุ 21 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 13 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เพาะเลี้ยงปูนาเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อ กำลังสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีและเป็นทุนการศึกษาสำหรับเธอด้วย

 

 

สำหรับวิธีการเลี้ยงต้องออกไปจับปูนาที่มีขนาดใหญ่เพื่อนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์บริเวณทุ่งนาในละแวกบ้าน โดยดูจากความสมบูรณ์ของลำตัวก้ามและขาทั้ง 8 ต้องมีความแข็งแรง จากนั้นจึงนำไปเพาะเลี้ยงในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้โดยจะใช้รองปูนซีเมนต์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 80 ซ.ม. ใส่น้ำลงไปเล็กน้อยและใส่อิฐบล็อกแบบมีรู เพื่อให้ปูใช้เป็นที่หลบซ่อนตัว รวมทั้งการนำดินท้องนาที่มีต้นหญ้าหรือต้นข้าวทำเป็นเนินสำหรับให้ปูขึ้นมาพักและกัดกิน ซึ่งรอง 1 ใบ จะใส่พ่อแม่พันธุ์ปูนาจำนวน 3 - 5 คู่

 

หลังการผสมพันธุ์ ปูเพศเมียจะใช้เวลานานประมาณ 3 - 5 สัปดาห์ ไข่ก็จะเริ่มฟัก ในช่วงนี้ลูกปูนาที่ฟักออกจากไข่จะมีขนาดเล็กมากและยังต้องอาศัยอยู่ที่แผ่นท้องของแม่ปู ก่อนแม่ปูจะใช้ขาเขี่ยให้ออกไปอาศัยในแหล่งน้ำจนลูกปูมีอายุได้ประมาณ 30 วัน จึงแยกออกลูกปูออกเพื่อทำการอนุบาล เนื่องจากหากปล่อยไว้รวมกัน พ่อแม่ปูจะกินลูกตัวมันเอง

 

น.ส.สุธิดา เล่าว่า ช่องทางการจำหน่ายที่สำคัญคือ เปิดหน้าร้านผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ "ฟาริดา ฟาร์มปูนา" ส่วนใหญ่ ลูกค้าจะนำไปประกอบอาหาร ร้านอาหารอีสาน เพื่อนำไปทำส้มตำ ปูดอง และอีกกลุ่มคือผู้ที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยงต่อเป็นอาชีพ สนนราคาพ่อแม่พันธุ์ปูนา อยู่ที่ราคาตัวละ 50 บาท ส่วนลูกปูอายุ 2 เดือนขึ้นไป ราคาตัวละ 30 บาท

 

...อ่านต่อ


รวมข่าวการเกษตร การเพาะปลูก และอื่นๆที่เกี่ยวข้องจากสำนักข่าว


  ไม่มีข้อความ  

 

หัวข้อปกติ
Hot Topic (More than 15 replies)
Very Hot Topic (More than 25 replies)

หัวข้อที่ถูกใส่กุญแจ
หัวข้อติดหมุด
โพลล์



อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับวันนี้ หรือพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ที่เว็บไซต์ : news.siammongkol.com