ข่าวหนังสือพิมพ์

ข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, ผู้จัดการ, โพสต์ทูเดย์, กรุงเทพธรุกิจ
ข่าวเกษตร

อ่านข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้ที่  news.siammongkol.com

* ข่าวเกษตร

ข่าวเกษตร เดลินิวส์

ข่าวเกษตร คมชัดลึก

ข่าวเกษตร ThaiPbs

“มหัศจรรย์ข้าวใหม่อินทรีย์ วิถียโสธร” ออนซอนพันธุ์ข้าวท้องถิ่น

วานนี้ (9 ก.พ.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ จ.ยโสธร ร่วมกันจัดงาน “มหัศจรรย์ข้าวใหม่อินทรีย์ วิถียโสธร” บริเวณโดมวิถีอีสาน หน้าศาลากลางเก่า จ.ยโสธร พร้อมประดับตกแต่งด้วยกองฟางเพื่อสร้างและจำลองบรรยากาศจากท้องทุ่งมาไว้ ณ กลางเมืองบั้งไฟโก้ เพื่อยืนยันถึงความงดงามและความหลากหลายของวิถีชาวนาอีสาน หลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยว และเข้าสู่มหกรรมการเฉลิมฉลองข้าวใหม่

 

 

อุบล อยู่หว้า เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน อธิบายถึงที่มาที่ไปของการจัดงานว่า เจตนารมณ์ คือ การนำเอาการเฉลิมฉลองของชาวบ้านมาปฏิสัมพันธ์กับคนทั่วไป กับคนเมือง โดยหวังว่าจะสร้างความเข้าอกเข้าใจ ลดช่องว่างในการรับรู้ของพี่น้องคนเมืองและคนชนบท เพื่อสร้างความเป็นพี่น้องเชื่อมโยงกันต่อไปในวันข้างหน้า

 

 

ในงานนี้มีทั้งการเอาข้าวใหม่มาเผาทำข้าวหลาม การแต่ง “พาข้าว” การจัดสำรับอาหารการกินในวิถีชนบท ตามนิเวศต่างๆในอีสาน 4 นิเวศ คือ ภู โคก ทุ่ง ทาม และยังมีอีกพื้นที่ คือ เมือง ซึ่งในแต่ละสำรับจะมีอาหารตามฤดูกาลที่บ่งบอกและแสดงถึงความโดดเด่นของนิเวศนั้นๆ และยังนำเอาข้าวหลากสายพันธุ์มาให้ได้ดูและชิมด้วย

 

 

นอกจากนี้ กิจกรรมในครั้งนี้ ได้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจในการแปรรูปข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ วาฟเฟิลและขนมปังเฟื่องฟุ้ง เมนูข้าวช่วยชีวิตด้วยเมนูอาหารธรรมชาติบำบัด โดนัทข้าวหอมมะลิ คุกกี้ข้าวไรซ์เบอรี่ และชอกโกแลตข้าวพอง ซึ่งวัตถุดิบในการผลิตและแปรรูปยังคงคำนึงถึงและใช้วัตถุดิบจากข้าวที่ปลูกด้วยระบบอินทรีย์

 

อุบล กล่าวเพิ่มเติมว่า “กระแสการบริโภคของคนในสังคมมีความตื่นตัวขึ้นในการที่จะบริโภคอาหารปลอดภัย แต่ก็ยังมีความไม่มั่นใจในระบบตลาดทั่วไป ผู้ที่แสวงหาอาหารที่ปลอดภัยก็พยายามเชื่อมโยงตัวเองกับแหล่งผลิตกับเกษตรกร ที่มีแหล่งเพาะปลูกที่ปลอดภัย ที่กระบวนการผลิตมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังเป็นไป กำลังเกิดขึ้น แม้จะยังไม่เห็นภาพรวมของสังคมแต่ก็กำลังเกิดขึ้น ซึ่งการผลิตข้าวในยโสธรเปลี่ยนไปพอสมควร หลังจากที่เคยผลิตในปริมาณมากๆ แต่เกษตรกรชาวนาโดยเฉพาะในกลุ่มที่ทำเกษตรอินทรีย์ก็มีการปลูกข้าวทางเลือก คือ ข้าวสายพันธุ์พื้นบ้านต่างๆให้มีที่ยืน มีมูลค่าในทางเศรษฐกิจ เช่น ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวแดง ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวหอมมะลิดำ ไม่ได้มีเพียงข้าวที่อยู่ในระบบตลาด ซึ่งถ้าพันธุ์ข้าวที่หลากหลายมีบทบาททางเศรษฐกิจมันจะช่วยให้การทำนา การปลูกข้าวไม่ได้ไปเบียดเสียดกันอยู่ในแค่ตลาดหลัก ยังเป็นการสร้างตลาดที่หลากหลาย

 

 

“ข้าวไม่ใช่พืชอาหารธรรมดา แต่เป็นธัญพืชที่อยู่ในวิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนไทยทุกภูมิภาค และสำหรับพี่น้องเกษตรกร "ข้าว" จะเป็นพืชที่มีเทพที่เขานับถือคอยปกปักรักษา นั่นทำให้เขาปฏิบัติต่อข้าวด้วยความอ่อนโยน ซึ่งการปฏิบัติแบบนี้ก็ยังไม่ถึงกับสูญหายไป ยังคงมีอยู่ แต่เป็นการปฏิบัติในชุมชนชนบท คนในเมืองอาจจะไม่ค่อยได้เห็น ซึ่งการนำเอากิจกรรมจากชนบทเข้ามาในเมืองก็จะเป็นที่แปลกตาและได้รับความสนใจ และหวังว่าจะช่วยสื่อสารซึมซับรับรู้ด้วยกัน” อุบล อยู่หว้า กล่าวทิ้งท้าย ถึงมุมมองการสื่อสารจากข้าวใหม่ควบคู่ไปกับวิถีเกษตรอินทรีย์ของชาวนาจังหวัดยโสธร

...อ่านต่อ
ร้องนายกฯ เร่งรัดจ่ายค่าเยียวยาสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยฝั่งแดง จ.อุบลราชธานี

วันนี้ (5 ก.พ.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางละไม เจียงเพ็ง พร้อมชาวบ้านห้วยฝั่งแดง จ.อุบลราชธานี อีก 7 ครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยฝั่งแดง เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์บริการประชาชนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งรัดช่วยเหลือติดตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาจำนวนกว่า 25 ล้านบาท ตามมติของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นางละไม กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ที่ทำกินถูกน้ำท่วมและทำให้เป็นหนี้กว่า 200,000 บาท และที่มายื่นหนังสือครั้งนี้ เนื่องจากไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะดำเนินการให้ หลังจากยืดเยื้อมาหลายปี

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินฯ มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 9 คน เนื้อที่ 163 ไร่ ระยะเวลาชดเชย 20 ปี วงเงิน 25,696,705 บาทภายใน 90 วัน โดยเสนอให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชน ซึ่งอยู่ในชั้นดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังไม่มีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา

โดยผู้ได้รับผลกระทบต้องการค่าชดเชยการสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการสูญเสียการทำประโยชน์ในที่ดิน และขอให้รัฐบาลหาที่ดินทำกินให้ใหม่แทนค่าชดเชยในส่วนของการสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งนี้ กรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยฝั่งแดง จ.อุบลราชธานี เมื่อปี 2540 ทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ของประชาชน

 

 

...อ่านต่อ
ไทยเตรียมรับมือ "ลานีญา"ฝนตกน้ำมากเทียบปี 54

วานนี้(3 ก.พ.2561) นายปกรณ์ เพ็ชรประยูร หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจีสด้า บอกว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลและภาพถ่ายดาวเทียมพบว่าตั้งแต่ ปี 2549 ถึงปัจจุบัน ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ สูงขึ้นต่อเนื่อง จึงทำให้อุณหภูมิบนโลกเพิ่มขึ้นซึ่งมีผลถึงน้ำแข็งขั้วโลกละลาย และน้ำทะเลสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 3 มิลลิเมตร นั้นหมายความว่าอีก 10 ปีข้างหน้าน้ำทะเลจะสูงขึ้นอีก 3.2 เซนติเมตร ขณะที่ปีนี้ไทยมีแนวโน้มฝนจะมากขึ้นคล้ายกับปี 2554

นายปกรณ์ กล่าวว่า ในปีนี้จากการตรวจวัดอุณหภูมิน้ำทะเลแปซิฟิก พบว่ามีการปรากฎการณ์ลานิญาอ่อนๆจะมีผลต่อปริมาณน้ำฝนของไทย โดยแนวโน้มปีนี้จะมีฝนมากขึ้น และแพทเทินฝนปีนี้จะใกล้เคียงกับปี 2554 แต่ต้องดูกันต่อไป แต่ที่พบว่าประเทศไทยมีอากาศหนาวยาวนาน และจะมีฝนมากแน่นอน และถ้าเป็นลานิญาอ่อนๆ จะมีฝนตกหนัก และมีน้ำมากกว่า 2-3 ปีก่อนที่ไทยเจอภาวะขาดน้ำ และอากาศร้อน 

นายวิศิษฐ์ จิรภิวงศ์ เจ้าของสวนยางพารา กล่าวว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีฝนตกชุกมากโดยเฉพาะในปี2559-2560 ทำให้จำนวนวันที่กรีดยางน้อยลงไปเพราะเจอฝนตกหนัก ประกอบกับราคายางพาราราคาตก จึงส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยาง 

นักวิชาการแนะนำว่าเกษตรกรไทยต้องปรับตัวในการปลูกพืชมากขึ้นและรัฐบาลควรส่งเสริมลงทุนงานวิจัยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพราะขณะนี้นักวิจัยในประเทศไทยมีน้อยมาก

 

ไทยได้รับผลกระทบช่วงม.ค.-มี.ค.นี้ 

ขณะที่ศูนย์ภูมิอากาศ กองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา ที่เฝ้าระวังและติดตามปรากฏการณ์ปรากฏการณ์ลานีญา ได้รายงานข้อมูลเมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าในช่วงเดือนธ.ค.2560 ปรากฏ การณ์ ENSO มีโอกาส 50% ที่จะเป็นปรากฏการณ์ลานีญากำลังอ่อน ในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.นี้ และจะกลับมาเป็นกลางในช่วงเดือน เม.ย.นี้  

ซึ่งผลกระทบกับประเทศไทย ขึ้นอยู่กับตัวแปรต่างๆ ของฤดูกาล แต่มีความเป็นไปได้ว่าปริมาณฝนรวม ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง มีโอกาสสูงกว่าค่าปกติ ส่วนภาคอื่นๆ มีโอกาสใกล้เคียงค่าปกติ อุณหภูมิเฉลี่ย ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีโอกาสต่ ากว่าค่าปกติ ภาคเหนือและภาคกลางมีโอกาสต่ำกว่าหรือใกล้เคียงค่าปกติส่วนภาคใต้มีโอกาสใกล้เคียงหรือสูงกว่าค่าปกติ

 

...อ่านต่อ
"เอามื้อจอบแรกที่น่าน" โมเดลนำร่องหยุดปลูกข้าวโพด 4 ล้านไร่

วานนี้ (21 ม.ค.) นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกิจกรรม "เอามื้อจอบแรกที่น่าน" นำโมเดลไปนำร่องหยุดยั้งพื้นที่ปลูกข้าวโพดกว่า 4,000,000 ไร่ ในพื้นที่ 13 จังหวัดภาคเหนือ ตามยุทธศาสตร์ฟื้นป่าต้นน้ำตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แก้ปัญหาเขาหัวโล้นตามศาสตร์พระราชา ซึ่งมีกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านทำวิธี ห่มป่า ห่มดิน ด้วยเปลือกและซังข้าวโพด เพื่อป้องกันการเผาป่า

นายวิวัฒน์ กล่าวว่า โมเดลนี้จะขยายผลไปแก้ไขปัญหาเขาหัวโล้น สภาพดินเสื่อมโทรม ป้องกันหน้าดินถูกชะล้างทั่วประเทศ โดยครั้งที่ 2 จะนำโมเดลนี้ไปใช้ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการให้มีกลไกทุกจากภาคส่วนมาทำให้เกิดผลจริง การแก้ไขปัญหาใหญ่ของประเทศจะเกิดขึ้นได้ เพราะสามัคคีคือพลังค้ำคุ้นแผ่นดินไทยตามกระแสพระราชดำรัสในหลวง รัชกาลที่ 9

นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการไม่ประสบผลสำเร็จ ในการฟื้นฟูพื้นที่ จึงจัดผังจัดการน้ำดิน ปลูกพืชผสมผสาน แบ่งส่วนให้ชาวบ้านอยู่ได้พอเพียง และทวงคืนผืนป่าส่วนใหญ่ปลูกป่า เมื่อสภาพป่าอนุรักษ์ ดีขึ้นจะแก้น้ำท่วมฝนแล้ง ลดโลกร้อนได้

ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มป่าต้นน้ำ จ.น่าน กว่า 10,000 ไร่ เป็นพื้นที่คืนจากชาวบ้านในส่วนอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ถูกบุกรุก 12,000 ไร่ ให้คืนมากว่า 3,000 ไร่ โดยมีธนาคาร รัฐวิสาหกิจ เข้ามาช่วยปลูกด้วย และพื้นที่คืนจากชาวบ้าน อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ถูกบุกรุกกว่า 100,000 ไร่ ได้คืนมากว่า 10,000 ไร่ เน้นปลูกป่าซึ่งมีโครงพระราชดำริ โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ โครงการปิดทองหลังพระ เข้ามาร่วมทำให้ลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด ไม่ทำลายระบบนิเวศน์

สำหรับทั่วประเทศทวงคืน 200,000 ไร่ ได้ดำเนินปลูกป่าโดยไม่ปลูก ป้องกันไฟป่าจะเกิดป่าสมบูรณ์เหมือนเดิม หยุดยั้งการทำลายได้ ซึ่งเมืองน่านกลับมาสมบูรณ์ ตอนนี้ป่าต้นน้ำเหลือ ร้อยละ 60 หายไป ร้อยละ 40 โดยอันดับแรกต้องหยุดยั้งการปลูกข้าวโพด ขณะนี้มีกว่า 4,000,000 ไร่ โดยมีแผนร่วมกับกระทรวงเกษตรฯนำปลูกพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 2,000,000 ไร่

 

...อ่านต่อ
22 อ่างเก็บน้ำเสี่ยง! ต้องปรับปรุงในจ.สกลนคร อายุมากที่สุด 62 ปี

วันนี้( 9 ม.ค.2561) นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชกระแส ให้กรมชลประทาน เร่งรัดออกแบบปรับปรุงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับอ่างเก็บน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 22 แห่งที่อยู่ในสภาพเก่า เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบเช่นเดียวกับเขื่อนห้วยทรายขมิ้น จ.สกลนคร ที่ถูกน้ำกัดเซาะจนสันเขื่อนพังในช่วงที่เกิดพายุเซินกาเมื่อปี 2560

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้สนองพระราชกระแสอย่างเร่งด่วน สำรวจสถานภาพของอ่างเก็บน้ำทั้ง 22 แห่งในจ.สกลนคร แล้วเสร็จพบว่ามีอายุการใช้งานเฉลี่ย 30 ปีขึ้นไปและมากที่สุด 62 ปี คืออ่างเก็บน้ำภูเพ็ก อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ความจุ 2.7 ล้านลูกบาศก์เมตร และอายุการใช้งานน้อยสุด 12 ปีคืออ่างเก็บน้ำห้วยแหน่ง อ.ภูพาน จ.สกลนคร ความจุ 600 ลูกบาศก์เมตร 

รองอธิบดีกรมชลประทาน บอกว่า ส่วนใหญ่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง ความจุตั้ง 300 ลูกบาศก์เมตร -2.7 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากมีอายุการใช้งานมานาน ทำให้ศักยภาพการเก็บน้ำมีน้อยลง เนื่องจากมีตะกอนลงไปทับถมจำนวนมาก 

พบจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหากรณีที่ต้องเร่งระบายน้ำฉุกเฉิน เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านกายภาพของอ่างเก็บน้ำ เบื้องต้นแนวทางการปรับปรุง เช่น การเพิ่มความสูงของระยะพ้นน้ำ การปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้นเดิม การก่อสร้างอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน การปรับปรุงรางระบายน้ำด้านท้ายทำนบดิน ซึ่งทั้งหมดนี้มีการทำแผนเสนอของจาก กปร.3 โครงการ ในช่วงปี 2561 ทั้งนี้หลังจากสำรวจออกแบบแล้วเสร็จ จึงจะสามารถตั้งงบประมาณในการปรับปรุงได้ 

 

ภาพ อ่างเก็บน้ำห้วยทรายสว่าง

ภาพ อ่างเก็บน้ำห้วยทรายสว่าง

 

10 อันดับอ่างเก็บน้ำที่ต้องเร่งปรับปรุง 

จากการสำรวจทั้ง 22 อ่างเก็บน้ำต้องปรับปรุง ในจำนวนนี้เขื่อนที่มีอายุมากสุด 62 ปี โดยกรมชลประทาน

1.อ่างเก็บน้ำภูเพ็ก อ.พรรณานิคม อายุ 62 ปี ต้องปรับปรุงตัวทำนบดินที่ชำรุดเสียหาย และใช้หินทิ้งป้องกันการกัดเซาะทั้งด้านหน้าเขื่อนและด้านท้ายเขื่อน ขุดลอกอ่างเก็บน้ำให้มีความจุเต็มศักยภาพ อยู่ระหว่างออกแบบดำเนินการโดยสำนักออกแบบวิศวกรรมฯ กรมชลประทาน

2.อ่างเก็บน้ำห้วยทรายสว่าง อ.สว่างแดนดิน อายุ 50 ปี  ต้องปรับปรุงตัวทำนบดินที่ชำรุดเสียหาย และใช้หินทิ้งป้องกันการกัดเซาะทั้งด้านหน้า เขื่อนและด้านท้ายเขื่อน2. ขุดลอกอ่างเก็บน้ำให้มีความมจุเต็มศักยภาพ

3.อ่างเก็บน้ำห้วยหาด อ.ส่องดาว อายุ 36 ปี ต้อง ขุดลอกอ่างเก็บน้ำให้มีความจุเต็มศักยภาพ เพิ่มอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉินบริเวณAbutment ฝั่งขวา ก่อสร้างอาคารทิ้งน้ำลงลำน้ำเดิม เพื่อใช้สำหรับการพร่องน้ำ"อยู่ระหว่างออกแบบ คาดว่าแล้วเสร็จ ม.ค. 61

4.อ่างเก็บน้ำคำมะโคตร อ.ส่องดาว อายุ 35 ปี ต้องปรับปรุงอาคารท่อส่งน้ำทั้งสองแห่ง ก่อสร้างอาคารทิ้งน้ำลงลำน้ำเดิม เพื่อใช้สำหรับการพร่องน้ำ ก่อสร้างอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน บริเวณ Abutment ฝั่งซ้าย ปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้นให้สามารถระบายน้ำปริมาณน้ำสูงสุดที่รอบปีการเกิดซ้ำ
50 ปี อยู่ระหว่างออกแบบ คาดว่าแล้ว เสร็จ ก.พ. 61

5.อ่างเก็บน้ำห้วยนกเค้า อ.เจริญศิลป์ อายุ 34 ปี ต้องปรับปรุงด้านท้ายอาคารทางระบายน้ำล้น
โดยใช้ Gabion เพื่อป้องกันการกัดเซาะ เพิ่ม Emergency Spillway ปรับปรุงผิวทางเป็น Asphaltic Concrete อยู่ระหว่างออกแบบ ดำเนินการโดยสำนักออกแบบวิศวกรรมฯ
กรมชลประทาน

 

 

6.อ่างเก็บน้ำน้ำซับ 3 อ.สว่างแดนดิน อายุ 33 ปี  ต้องขุดลอกอ่างเก็บน้ำให้มีความจุเต็มศักยภาพเพิ่มอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉินบริเวณ Abutment ฝั่งซ้าย ก่อสร้างอาคารทิ้งน้ำลงลำน้ำเดิม เพื่อใช้สำหรับการพร่องน้ำ อยู่ระหว่างขอรับการสนับสนุนงบประมาณ

7.อ่างเก็บน้ำหนองไผ่ 2 อ.สว่างแดนดิน อายุ 32 ปี อยู่ระหว่างออกแบบ คาดว่าแล้วเสร็จ ก.พ. 61

8.อ่างเก็บน้ำภูน้อย อ.ส่องดาว อายุ  32 ปี อยู่ระหว่างการจัดทำประมาณการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบจากกปร.ปี 61

9.ปรับปรุงฝายต้นน้ำ อ.สว่างแดนดิน อายุ 30 ปี ต้องก่อสร้างอาคารบังคับน้ำแบบมีบานปิด-เปิด บริ เวณจุดที่น้ำไหลลงอ่างน้ำซับ 3  ขุดลอกด้านท้ายอาคารบังคับน้ำที่จะก่อสร้างพร้อมดาดคอนกรีต ขุดลอกอ่างเก็บน้ำให้มีความจุเต็มศักยภาพ อยู่ระหว่างการจัดทำประมาณการขอรับการสนับสนุนงบ กปร. 

10.อ่างเก็บน้ำหนองแปน 1 อ.เจริญศิลป์ อายุ 29 ปี  ต้องขุดลอกอ่างเก็บน้ำให้มีความจุเต็มศักยภาพ
เพิ่มอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉินบริเวณ Abutment ฝั่งขวา ก่อสร้างอาคารทิ้งน้ำลงลำน้ำเดิมเพื่อใช้สำหรับการพร่องน้ำ อยู่ระหว่างออกแบบ คาดว่าแล้วเสร็จ ม.ค. 61

นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำอีก 12 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำบ้านแพงตอนบน  อ่างเก็บน้ำห้วยแหน่ง  อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหยาด อ่างเก็บน้ำบ้านหนองแปน 2  อ่างเก็บน้ำหนองบัวแพ อ่างเก็บน้ำวังกอไผ่ อ่างเก็บน้ำบ้านหนองแปน 1  อ่างเก็บน้ำน้ำซับ 4  อ่างเก็บน้ำหนองทุ่งมน  อ่างเก็บน้ำห้วยคำบากน้อย อ่างเก็บน้ำห้วยโคก อ่างเก็บน้ำบ่อสะอือ 

อ่านข่าวเพิ่มเติม

"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทรงรับสั่งปรับปรุงเขื่อนเก่าภาคอีสาน 20 แห่ง 

 

 

...อ่านต่อ
รมว.เกษตรฯ คาดโทษข้าราชการที่เกี่ยวข้องทุจริตโครงการ 9101

เมื่อวานนี้ (7 ม.ค.2561) นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่โปร่งในโครงการตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน หรือโครงการ 9101 ว่า ได้สอบถามอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรแล้ว ยืนยันว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมการระดับพื้นที่ ซึ่งอยู่ในชุมชนไปดำเนินการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในโครงการ ซึ่งตรวจสอบแล้ว ข้าราชการไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ได้ย้ำกับทุกคนว่าอย่าให้เกิดเรื่องการทุจริตขึ้น โดยเฉพาะพืชพันธุ์ ปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่นำไปมอบให้กับชาวบ้านต้องมีคุณภาพดี และราคาไม่แพงกว่าที่ชาวบ้านซื้อในท้องตลาด

นอกจากนี้ จะเดินสายกำชับข้าราชการ กระทรวงเกษตรฯ ทุกหน่วยงานที่ทำงานอยู่ใน 76 จังหวัด ให้ปฏิบัติงานตามนโยบายปรับโครงสร้างภาคเกษตรเชิงรุกระหว่างวันที่ 24 มกราคม-20 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะเชิญหอการค้าจังหวัด, ผู้จัดการ ธ.ก.ส., ผู้แทนสภาเกษตรกรแห่งชาติ มาร่วมหารือ เพื่อเชื่อมต่อการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคเอกชน โดยปรับทุกภาคส่วนมาสู่นโยบายการตลาดนำการผลิต รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมในพื้นที่

 

 

...อ่านต่อ
"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทรงรับสั่งปรับปรุงเขื่อนเก่าภาคอีสาน 20 แห่ง

วันนี้ (8 ม.ค.2561) นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชดำรัส ให้กรมชลประทาน เร่งรัดออกแบบปรับปรุงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเขื่อนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 20 แห่งที่อยู่ในสภาพเก่า เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบเช่นเดียวกับเขื่อนห้วยทรายขมิ้น จ.สกลนคร ที่ถูกน้ำกัดเซาะจนสันเขื่อนพังในช่วงที่เกิดพายุเซินกาเมื่อปี 2560 ซึ่งขณะนี้เขื่อนห้วยทรายขมิ้นได้ดำเนินการซ่อมแซมเสร็จสิ้นแล้ว โครงสร้างมั่นคงแข็งแรงขึ้น สามารถรองรับหน้าฝนปีนี้ได้

นายทองเปลว กล่าวว่า ขณะนี้มอบหมายให้นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เร่งสำรวจและออกแบบเขื่อนขนาดกลางและขนาดเล็กทั้ง 20 แห่งที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบทำให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพิ่มศักยภาพระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ โดยอาจจะมีการทยอยปรับปรุงเขื่อนตามลำดับความเร่งด่วน และความวิกฤตของเขื่อนที่ทำการศึกษา พร้อมทั้งเงินงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการปรับปรุงด้วย

ด้านนายทวีศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับเขื่อน 20 แห่งเบื้องต้นส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานมานานแล้ว และบางแห่งโอนให้กับท้องถิ่นดูแล ส่วนมากอยู่ในพื้นที่ จ.สกลนคร แต่ไม่ใช่ว่าจะเกิดอันตรายหากไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งตอนนี้กำลังเร่งสำรวจรายชื่อและจะสรุปภายในเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง กรมชลประทานมีมาตรการบำรุงรักษาให้มีความมั่นคงแข็งแรงอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ต้องกังวล 

สำหรับเขื่อนห้วยทรายขมิ้น จ.สกลนคร ก่อสร้างมากว่า 60 ปี มีความจุ 2.66 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่รับน้ำเกินศักยภาพถึง 3.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีคันดินถูกกัดเซาะพังจนน้ำไหลออกในช่วงที่เจอพายุเซินกาในเดือนกรกฎาคม 2560 และเกิดน้ำท่วมใหญ่เมืองสกลนคร 

 

...อ่านต่อ
นำร่องเกษตรกร 5 จังหวัดเสนอลดพื้นที่ปลูกยางพารา

วันนี้ (4 ม.ค.2561) นายปรีชา สุขเกษม เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สมาพันธ์ฯ อยู่ระหว่างประสานกับเครือข่ายที่มีแนวคิดเดียวกันใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส เพื่อให้ร่วมกันจัดทำแผนลดพื้นที่ปลูกยางพาราใน 5 จังหวัดนี้ ก่อนนำเสนอ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาปรับลดพื้นที่ปลูกยางพารา และส่งเสริมให้ปลูกพืชอื่นทดแทน เพื่อลดกำลังการผลิตยางพาราออกสู่ท้องตลาด ซึ่งจะส่งผลให้ราคาผลผลิตสูงขึ้น 

โดยเชื่อว่าการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ทั้งนี้ให้เกษตรกร ที่มีต้นยางพาราอายุครบและต้องถูกโค่น หรือเต็มใจโค่นต้นยางพารา สมัครเข้าร่วมในโครงการ เพื่อปลูกพืชอื่นทดแทน ซึ่งอาจเป็นมะพร้าว ปาล์ม หรือไม้ผลอื่นๆ ภายใต้การส่งเสริมของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจะช่วยเหลือตั้งแต่ปลูก ถึงการแปรรูปส่งจำหน่าย ทั้งนี้ประเมินว่าหากลดพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศลง 2 ล้านไร่ จะสามารถดึงราคายางพาราให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาทได้อย่างแน่นอน

...อ่านต่อ
หัวขโมยใช้โดรนดูลาดเลา ก่อนลอบตัดทุเรียนกว่า 1 ตัน จ.ชุมพร

นายกิตติศักดิ์ แก้วบังตู อายุ 34 ปี เกษตรกรใน อ.เมือง จ.ชุมพร ถูกผู้ก่อเหตุไม่ทราบจำนวนลักลอบใช้อากาศยานไร้คนขับ 4-5 ลำ มาบินดูลาดเลา ก่อนที่จะมีคนบุกไปตัดทุเรียนไปจำนวนมาก

 

  

นายกิตติศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนเองได้ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ไว้จำนวนกว่า 300 ต้น เต็มพื้นที่ 28 ไร่ เก็บเกี่ยวตามฤดูกาลจำนวน 2 ปี แต่ละครั้งได้ทุเรียน ไม่ต่ำกว่า 14 ตัน คิดเป็นเงินเกือบ 1 ล้านบาท ส่วนปีนี้เป็นทุเรียนนอกฤดูราคาจะดีกว่าปกติเป็นเท่าตัว

 

 

ขณะนี้สวนทุเรียนกำลังประสบปัญหา ผู้ลักลอบขโมยแอบเข้ามาลอบตัดทุเรียนไปแล้วกว่า 1 ตัน หรือความเสียหายไม่น้อยกว่า 80,000 บาท โดยผู้ก่อเหตุมักใช้วิธีแอบตัดต้นละ 3-4 ลูก โดยจะตัดเฉพาะลูกทุเรียนที่อยู่กิ่งสูงเพื่อไม่ให้เจ้าของสวนผิดสังเกต

 

 

...อ่านต่อ
ออกมาตรการคุมเข้มรถบรรทุกอ้อย ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน

ในภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ได้หารือกับผู้ประกอบการออกมาตรการ 20 ข้อ ควบคุมทั้งน้ำหนักและความสูงในการบรรทุก ซึ่งชาวไร่อ้อยใน จ.กำแพงเพชร เชื่อว่า มาตรการนี้จะไม่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ช่วงกลางเดือน ธ.ค. ของทุกปีจะเป็นช่วงที่ชาวไร่อ้อย 7 จ.ภาคเหนือ จะตัดอ้อยเพื่อส่งเข้าโรงงานน้ำตาล ซึ่งปีนี้กองทัพภาคที่ 3 วางมาตรการ 20 ข้อ ร่วมกับผู้ประกอบการและชาวไร่อ้อย เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน เช่น การบรรทุกอ้อย ให้มีความสูงจากพื้นไม่เกิน 3.80 ม.

ขณะที่ ชาวไร่อ้อย จ.กำแพงเพชร ระบุว่า ชาวไร่อ้อยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะไม่ได้เป็นการเพิ่มต้นทุนมากนัก และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทางร่วม ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเป็นการร่วมกันระหว่างกองทัพภาคที่ 3 สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 6 และชาวไร่อ้อย

ว่าที่ร้อยตรี อวิรุทธิ์ ทับทิมแท้ ผู้อำนวยการสำนักแขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 1 ระบุว่า ในช่วงเดือน ธ.ค.จะมีรถบรรทุกอ้อยจำนวนมากวิ่งบนถนนต่างๆ จึงได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและที่สำคัญห้ามบรรทุกน้ำหนักเกิน 25 ตันตามที่กฎหมายกำหนด

 

...อ่านต่อ


รวมข่าวการเกษตร การเพาะปลูก และอื่นๆที่เกี่ยวข้องจากสำนักข่าว


  ไม่มีข้อความ  

 

หัวข้อปกติ
Hot Topic (More than 15 replies)
Very Hot Topic (More than 25 replies)

หัวข้อที่ถูกใส่กุญแจ
หัวข้อติดหมุด
โพลล์



อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ทุกฉบับวันนี้ หรือพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ที่เว็บไซต์ : news.siammongkol.com